การทรงตัวและป้องกันการล้มในผู้สูงอายุหลังผ่าตัดสะโพกพาร์กินสัน

ป้องกันผู้สูงอายุล้มในบ้าน จัดบ้านยังไง ฝึกท่าไหนดี

ผู้สูงอายุล้มครั้งเดียวอาจถึงขั้นสะโพกหักหรือไม่กล้าเดินอีก เช็กว่าใครเสี่ยง จัดบ้านจุดไหนก่อน ท่าฝึกขาและการทรงตัวที่ทำได้ทุกวัน และถ้าล้มแล้วต้องทำยังไง

ผู้สูงอายุหลายคนล้มครั้งแรกแล้วไม่ได้เจ็บมาก แต่หลังจากนั้นเริ่มกลัว ไม่กล้าเดินคนเดียว นั่งอยู่กับที่มากขึ้น ขาก็อ่อนแรงลงเรื่อย ๆ จนล้มง่ายกว่าเดิม บางคนล้มครั้งต่อมาแล้วสะโพกหัก ต้องผ่าตัดและนอนโรงพยาบาลหลายสัปดาห์

ข่าวดีคือการล้มส่วนใหญ่กันได้ สองเรื่องที่ได้ผลที่สุดคือจัดบ้านให้ปลอดภัย กับฝึกขาและการทรงตัวอย่างสม่ำเสมอ

ใครเสี่ยงล้ม

ลองเช็กดู ถ้าตรงข้อไหนข้อหนึ่ง ถือว่าควรเริ่มป้องกันจริงจังแล้ว

มีวิธีเช็กง่าย ๆ ที่นักกายภาพใช้กัน ให้ผู้สูงอายุนั่งเก้าอี้ที่มีพนัก ลุกขึ้น เดินไปข้างหน้า 3 เมตรด้วยความเร็วปกติ หมุนตัวเดินกลับมานั่ง แล้วจับเวลา ถ้าใช้เวลานานกว่าราว 12 วินาที ถือว่าเสี่ยงล้ม ตอนลองให้มีคนเดินประกบอยู่ข้าง ๆ ทุกครั้ง

จัดบ้านจุดไหนก่อน

เริ่มจากทางที่ผู้สูงอายุเดินบ่อยที่สุด คือจากเตียงไปห้องน้ำ เพราะคนล้มกันมากตอนลุกไปเข้าห้องน้ำกลางดึกทั้งที่ยังงัวเงีย

รองเท้าในบ้านก็สำคัญ เลือกแบบพื้นกันลื่นและหุ้มส้น เลี่ยงรองเท้าแตะหลวม ๆ และเดินถุงเท้าบนพื้นกระเบื้อง

ท่าฝึกที่ทำได้ทุกวัน

ท่าเหล่านี้เป็นตัวอย่างที่นักกายภาพมักให้ ทำข้างโต๊ะหนัก ๆ หรือเคาน์เตอร์ครัวที่ไม่เลื่อน ให้มือจับได้ตลอด ช่วงแรกให้มีคนอยู่ใกล้ ๆ ด้วย

ทำวันละนิดแต่ทำเกือบทุกวัน ได้ผลกว่าทำหนัก ๆ แค่สัปดาห์ละครั้ง ต้องฝึกต่อเนื่องหลายเดือนถึงจะเห็นว่าเดินมั่นคงขึ้น ถ้าท่าไหนทำแล้วเวียนหัว เจ็บหน้าอก หรือหายใจไม่ทัน ให้หยุดแล้วบอกนักกายภาพ

ท่าที่เหมาะกับแต่ละคนต่างกันมาก คนที่ทรงตัวดีอยู่แล้วต้องการท่าที่ยากขึ้น คนที่เพิ่งผ่าตัดหรือเป็นโรคข้อต้องปรับท่าให้เข้ากับข้อนั้น ให้นักกายภาพดูก่อนแล้วค่อยเพิ่มความยาก

เรื่องอื่นที่ช่วยได้

นักกายภาพมาที่บ้านช่วยอะไร

ข้อดีของการให้นักกายภาพมาที่บ้านคือเขาเห็นจุดเสี่ยงจริงในบ้าน เช่น ธรณีประตูห้องน้ำ บันไดที่ไม่มีราว หรือเตียงที่เตี้ยเกินไป แล้วดูผู้สูงอายุเดินในบ้านตัวเอง ไม่ใช่บนพื้นเรียบ ๆ ในโรงพยาบาล

ครั้งแรกนักกายภาพจะทดสอบกำลังขา การทรงตัว และการเดิน แล้วให้ท่าฝึกที่เหมาะกับระดับของคนนั้น พร้อมบอกว่าควรปรับบ้านตรงไหนก่อน ครั้งต่อ ๆ ไปค่อยเพิ่มความยากของท่า

ถ้าล้มแล้วต้องทำยังไง

ถ้าล้มแล้วรู้สึกเจ็บมาก หรือไม่แน่ใจว่าบาดเจ็บตรงไหน อย่าเพิ่งลุก ให้เรียกคนช่วย คนที่มาช่วยก็อย่าดึงตัวขึ้นทันที

ถ้าไม่เจ็บและพอขยับได้ ลุกแบบนี้

  1. นอนพักสักครู่ให้หายตกใจ แล้วพลิกตะแคง
  2. ค่อย ๆ ยันตัวขึ้นมาอยู่ในท่าคลาน
  3. คลานไปหาเก้าอี้หรือเตียงที่มั่นคง
  4. จับเก้าอี้ ตั้งเข่าข้างหนึ่งขึ้น แล้วดันตัวลุกขึ้นนั่งบนเก้าอี้
  5. นั่งพักก่อน แล้วบอกคนในบ้าน

ฝึกท่านี้กับนักกายภาพไว้ก่อนตอนที่ยังไม่ล้ม จะได้ไม่ตกใจตอนเกิดเรื่องจริง และผู้สูงอายุที่อยู่บ้านคนเดียวควรพกโทรศัพท์ติดตัวไว้เสมอ

อาการแบบนี้ต้องไปโรงพยาบาล

โทร 1669 หรือพาไปโรงพยาบาลทันทีถ้าล้มแล้วมีอาการเหล่านี้

ถ้าสะโพกหักและได้ผ่าตัดแล้ว ช่วงฟื้นตัวที่บ้านอ่านต่อได้ใน กายภาพหลังผ่าตัดสะโพกหรือกระดูกสะโพกหักที่บ้าน

คำถามที่พบบ่อย

ผู้สูงอายุควรออกกำลังกายแบบไหนถึงจะช่วยกันล้ม

ท่าที่ช่วยได้จริงคือท่าเพิ่มกำลังขากับท่าฝึกทรงตัว เช่น ลุกนั่งจากเก้าอี้ ยืนเขย่งปลายเท้า และยืนเท้าต่อกันโดยมีโต๊ะให้จับ ทำสัปดาห์ละหลายวันต่อเนื่องหลายเดือน เดินออกกำลังกายอย่างเดียวช่วยเรื่องหัวใจและปอด แต่ช่วยเรื่องทรงตัวได้ไม่มากเท่า

ล้มแล้วไม่เจ็บ ต้องไปหาหมอไหม

ถ้าลุกเองได้ ไม่ปวด และไม่ได้เอาหัวกระแทก สังเกตอาการต่อที่บ้านได้ แต่ควรเล่าให้หมอฟังตอนนัดครั้งหน้า เพราะการล้มบอกว่ามีอะไรผิดปกติอยู่ เช่น ยา ความดัน หรือขาที่อ่อนแรงลง ถ้าหัวกระแทกและกินยาละลายลิ่มเลือดอยู่ ให้ไปโรงพยาบาลเลย

ใช้ไม้เท้าแล้วขาจะอ่อนแรงลงไหม

ไม่ ถ้าใช้ไม้เท้าที่ขนาดพอดีและยังฝึกขาตามปกติ ไม้เท้าช่วยให้เดินได้มากขึ้นโดยไม่ล้ม ซึ่งดีต่อกล้ามเนื้อกว่านั่งอยู่เฉย ๆ เพราะกลัวล้ม ให้นักกายภาพดูก่อนว่าควรใช้แบบไหน

เขียนและตรวจโดย
กภ. นิรมล แทนละคร นักกายภาพบำบัด ใบอนุญาตเลขที่ 12221
วิธีเขียน
ร่างแรกใช้ AI ช่วยเขียน แล้วนักกายภาพอ่านตรวจและแก้ก่อนลง
ลงเว็บเมื่อ
26 ตุลาคม 2569

บทความนี้มีไว้ให้ความรู้ ใช้แทนการตรวจของแพทย์หรือนักกายภาพที่ดูแลผู้ป่วยอยู่ไม่ได้ ถ้าอาการแย่ลงหรือไม่แน่ใจ ควรไปพบแพทย์