อัมพฤกษ์ อัมพาต (โรคหลอดเลือดสมอง)ผู้ป่วยติดเตียงหลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า
ทำกายภาพที่บ้าน หรือไปโรงพยาบาล แบบไหนเหมาะกับใคร
ทำกายภาพที่บ้านกับไปโรงพยาบาลหรือคลินิก ต่างกันทั้งค่าใช้จ่าย การเดินทาง เครื่องมือ และสิ่งที่ได้ฝึก มาเทียบว่าแบบไหนเหมาะกับผู้ป่วยแบบไหน และทำควบคู่กันยังไง
พอหมอบอกว่าผู้ป่วยต้องทำกายภาพต่อ หลายบ้านเจอคำถามเดียวกัน จะพาไปโรงพยาบาลตามนัด หรือจ้างนักกายภาพมาที่บ้าน คำตอบไม่มีแบบไหนดีกว่ากันทุกกรณี ขึ้นกับว่าผู้ป่วยเดินทางได้แค่ไหน ต้องใช้เครื่องมืออะไร ใช้สิทธิ์อะไรอยู่ และบ้านมีคนช่วยพาไปหรือเปล่า
ต่างกันตรงไหน
| เรื่อง | ไปโรงพยาบาลหรือคลินิก | นักกายภาพมาที่บ้าน |
|---|---|---|
| ค่าใช้จ่าย | โรงพยาบาลรัฐใช้สิทธิ์รักษาได้ คลินิกเอกชนจ่ายเอง | ส่วนใหญ่จ่ายเอง มีบางช่องทางที่ใช้สิทธิ์ได้ |
| การเดินทาง | ต้องพาไป รวมเวลาเดินทางและรอคิว อาจหมดครึ่งวัน | ไม่ต้องเดินทาง |
| เครื่องมือ | ครบกว่า เช่น ราวฝึกเดิน ลู่วิ่ง เครื่องปั่นจักรยาน และเครื่องมือไฟฟ้าหลายแบบ | ใช้มือและของในบ้านเป็นหลัก บางคนพกเครื่องมือแบบพกพามาด้วย |
| สิ่งที่ได้ฝึก | ฝึกบนพื้นเรียบ อุปกรณ์มาตรฐาน | ฝึกกับเตียง ห้องน้ำ บันได และทางเดินในบ้านจริง |
| ญาติ | มักไม่ได้เข้าไปดูทุกครั้ง | ได้เห็นและฝึกวิธีช่วยไปพร้อมกัน |
| ความต่อเนื่อง | บางแห่งเปลี่ยนนักกายภาพตามเวร | ส่วนใหญ่ได้คนเดิมทุกครั้ง |
| ปรับบ้าน | ได้คำแนะนำทั่วไป | นักกายภาพเห็นจุดเสี่ยงจริงและบอกได้ตรงจุด |
ทำที่บ้านเหมาะกับใคร

- ผู้ป่วยติดเตียง หรือต้องใช้คนช่วยยกหลายคนกว่าจะพาขึ้นรถได้
- ผู้ป่วยที่เพิ่งกลับจากโรงพยาบาล ยังลุกเดินลำบาก เช่น หลังเส้นเลือดในสมอง หรือหลังผ่าตัดสะโพก
- ผู้สูงอายุที่เดินทางแล้วเหนื่อยมาก จนไปถึงโรงพยาบาลแล้วไม่มีแรงฝึก
- บ้านที่ไม่มีคนพาไป เพราะลูกหลานทำงาน หรือไม่มีรถ
- ผู้ป่วยที่ต้องฝึกเรื่องในบ้าน เช่น เข้าห้องน้ำ ขึ้นลงบันได ลุกจากเตียง
- ผู้ป่วยที่ติดเชื้อง่าย และหมอแนะนำให้เลี่ยงที่คนเยอะ
ไปโรงพยาบาลหรือคลินิกเหมาะกับใคร
- เดินทางได้สะดวก และไม่เหนื่อยจนฝึกไม่ไหว
- ต้องใช้เครื่องมือเฉพาะ เช่น ฝึกเดินบนลู่วิ่งพร้อมระบบพยุงตัว หรือเครื่องมือที่พกไปบ้านไม่ได้
- ต้องการใช้สิทธิ์รักษา และโรงพยาบาลมีคิวกายภาพที่ไม่นานเกินไป
- ต้องพบหมอบ่อย เพื่อปรับยาหรือดูแผล นัดกายภาพวันเดียวกันได้เลย
- คนที่ฟื้นตัวดีแล้ว และอยากฝึกหนักขึ้น เช่น นักกีฬาที่ต้องใช้ยิม
ทำควบคู่กันได้
หลายบ้านไม่ได้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ที่เจอบ่อยมีสองแบบ
ช่วงแรกที่บ้าน แล้วค่อยไปคลินิก ช่วงที่ผู้ป่วยยังเดินทางลำบาก ให้นักกายภาพมาที่บ้านก่อน พอเดินได้มั่นคงขึ้นค่อยไปทำต่อที่โรงพยาบาลหรือคลินิก
ไปโรงพยาบาลตามนัด เสริมด้วยนักกายภาพที่บ้าน ใช้สิทธิ์ที่โรงพยาบาลตามที่นัดได้ แล้วจ้างนักกายภาพมาบ้านเสริมในสัปดาห์ที่ไม่ได้ไป ช่วยให้ฝึกต่อเนื่องขึ้น ถ้าทำแบบนี้ให้นักกายภาพทั้งสองฝั่งรู้แผนของกันและกัน ถือใบสรุปหรือรายการท่าฝึกไปให้ดูด้วย
ถามตัวเองก่อนตัดสินใจ
- พาผู้ป่วยขึ้นรถไปโรงพยาบาลได้ไหม ต้องใช้กี่คน
- ไปถึงแล้วผู้ป่วยยังมีแรงฝึกไหม
- ใช้สิทธิ์อะไร โรงพยาบาลมีคิวกายภาพถี่แค่ไหน
- เป้าหมายตอนนี้คืออะไร ถ้าคือเข้าห้องน้ำเองหรือขึ้นบันไดบ้านได้ ฝึกที่บ้านตรงกว่า
- งบต่อเดือนประมาณเท่าไร
เรื่องค่าใช้จ่ายอ่านได้ใน ค่ากายภาพบำบัดที่บ้าน ครั้งละเท่าไร เรื่องสิทธิ์อ่านได้ใน กายภาพบำบัดที่บ้าน เบิกได้ไหม และถ้าตัดสินใจให้นักกายภาพมาที่บ้าน ดูวิธีเลือกคนได้ใน เลือกนักกายภาพมาที่บ้าน ดูอะไร ถามอะไรก่อนนัด
คำถามที่พบบ่อย
ทำกายภาพที่บ้านได้ผลเท่าที่โรงพยาบาลไหม
สำหรับหลายอาการได้ผลไม่ต่างกัน ถ้านักกายภาพวางแผนดีและผู้ป่วยฝึกสม่ำเสมอ ที่บ้านยังได้ฝึกกับเตียง ห้องน้ำ และบันไดจริง ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ป่วยต้องใช้ทุกวัน แต่บางอาการที่ต้องใช้เครื่องมือเฉพาะ ไปโรงพยาบาลหรือคลินิกจะเหมาะกว่า
นักกายภาพที่มาบ้านเอาเครื่องมืออะไรมาบ้าง
ส่วนใหญ่ใช้มือ ร่างกายของผู้ป่วย และของในบ้านเป็นหลัก บางคนพกเครื่องกระตุ้นไฟฟ้า อัลตราซาวด์แบบพกพา ยางยืด หรือตุ้มน้ำหนักมาด้วย ถามได้ก่อนนัดว่าจะเอาอะไรมาบ้าง และคิดเงินเพิ่มไหม
ใช้สิทธิ์รักษาพยาบาลทำกายภาพที่บ้านได้ไหม
จ้างนักกายภาพอิสระมาที่บ้านเอง ส่วนใหญ่เบิกสิทธิ์รัฐไม่ได้ แต่มีบางช่องทาง เช่น ผู้ป่วยบัตรทองบางกลุ่มที่โรงพยาบาลส่งต่อให้คลินิกกายภาพบำบัดที่ร่วมกับ สปสช. ไปทำที่บ้าน รายละเอียดอ่านได้ในบทความเรื่องสิทธิ์เบิก
- เขียนและตรวจโดย
- กภ. นิรมล แทนละคร นักกายภาพบำบัด ใบอนุญาตเลขที่ 12221
- วิธีเขียน
- ร่างแรกใช้ AI ช่วยเขียน แล้วนักกายภาพอ่านตรวจและแก้ก่อนลง
- ลงเว็บเมื่อ
- 26 ตุลาคม 2569
บทความนี้มีไว้ให้ความรู้ ใช้แทนการตรวจของแพทย์หรือนักกายภาพที่ดูแลผู้ป่วยอยู่ไม่ได้ ถ้าอาการแย่ลงหรือไม่แน่ใจ ควรไปพบแพทย์