พัฒนาการเด็ก
ลูกชันคอ นั่ง หรือเดินช้ากว่าวัย กายภาพเด็กช่วยยังไง
ลูกชันคอ นั่ง คลาน หรือเดินช้ากว่าเด็กวัยเดียวกัน ควรรอดูหรือพาไปตรวจ มาดูช่วงอายุที่ควรทำได้ สัญญาณที่ไม่ควรรอ กายภาพเด็กทำอะไร และพ่อแม่ฝึกต่อที่บ้านยังไง
พ่อแม่หลายคนได้ยินว่า “เด็กแต่ละคนโตไม่เท่ากัน เดี๋ยวก็ทำได้เอง” ซึ่งก็จริงส่วนหนึ่ง แต่ถ้ารอนานเกินไป ก็อาจเสียช่วงที่ฝึกแล้วได้ผลดีที่สุด สมองของเด็กเล็กเรียนรู้เร็วมาก การเริ่มฝึกตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงได้ผลกว่าเริ่มตอนโตแล้ว
กายภาพเด็กไม่ได้ดูน่ากลัวอย่างที่หลายคนคิด ส่วนใหญ่เป็นการเล่นที่นักกายภาพออกแบบให้เด็กได้ฝึกท่าที่ยังทำไม่ได้ และสอนพ่อแม่ให้ทำต่อที่บ้าน
แต่ละวัยควรทำอะไรได้
ช่วงอายุด้านล่างเป็นช่วงที่เด็กส่วนใหญ่ทำได้ เด็กบางคนเร็วหรือช้ากว่านี้ได้ ถ้าลูกคลอดก่อนกำหนด ให้นับอายุจากวันที่ควรคลอดจริงไปจนถึงประมาณ 2 ขวบ
| ทักษะ | เด็กส่วนใหญ่ทำได้ราว | ควรปรึกษาหมอถ้ายังไม่ได้ตอนอายุ |
|---|---|---|
| ชันคอได้มั่นคงตอนอุ้มตั้ง | 3 ถึง 4 เดือน | 4 เดือน |
| พลิกคว่ำพลิกหงาย | 4 ถึง 6 เดือน | 6 เดือน |
| นั่งเองได้โดยไม่ต้องพยุง | 6 ถึง 8 เดือน | 9 เดือน |
| ยืนเกาะ | 8 ถึง 10 เดือน | 12 เดือน |
| เดินเองได้ | 12 ถึง 15 เดือน | 18 เดือน |
เด็กบางคนข้ามการคลานไปยืนเกาะเลย ถ้าทักษะอื่นปกติก็ไม่ต้องกังวล สมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก (สมุดสีชมพู) มีหน้าเฝ้าระวังพัฒนาการตามวัยให้พ่อแม่เช็กเองได้ และพาไปตรวจตามนัดฉีดวัคซีนทุกครั้ง
สัญญาณที่ไม่ควรรอ
พาไปให้หมอเด็กตรวจเลย ไม่ต้องรอถึงนัดครั้งหน้า ถ้า
- ตัวอ่อนปวกเปียกผิดปกติ หรือตัวเกร็งแข็ง เหยียดตัวแอ่นบ่อย ๆ
- ใช้มือหรือขาข้างเดียวตลอด ทั้งที่ยังไม่ถึงขวบ เด็กเล็กไม่ควรถนัดข้างใดข้างหนึ่งชัดเจนเร็วขนาดนั้น
- ทำสิ่งที่เคยทำได้ไม่ได้แล้ว เช่น เคยนั่งได้แต่ตอนนี้นั่งไม่ได้
- เดินเขย่งปลายเท้าตลอดหลังจากเดินได้แล้วหลายเดือน
- ช้าหลายด้านพร้อมกัน เช่น ทั้งการเคลื่อนไหว การพูด และการเล่นกับคน
หมอจะตรวจหาสาเหตุก่อน เช่น ภาวะทางสมอง กล้ามเนื้อ หรือกลุ่มอาการทางพันธุกรรม แล้วส่งต่อให้นักกายภาพ นักกิจกรรมบำบัด หรือนักแก้ไขการพูดตามปัญหาที่เจอ
กายภาพเด็กทำอะไร
ครั้งแรกนักกายภาพจะดูว่าลูกทำอะไรได้แล้ว อะไรยังทำไม่ได้ กล้ามเนื้อตึงหรืออ่อนไหม ทรงตัวยังไง แล้วตั้งเป้าที่จับต้องได้ร่วมกับพ่อแม่ เช่น นั่งเล่นเองได้ หรือยืนเกาะโซฟาได้
หลังจากนั้นเป็นการฝึกผ่านการเล่น เช่น วางของเล่นให้เอื้อมในท่าที่ต้องใช้กล้ามเนื้อที่ยังอ่อน ให้นั่งบนบอลแล้วโยกเบา ๆ ให้ฝึกทรงตัว หรือวางของเล่นบนโซฟาให้ลุกขึ้นยืนเกาะ บางคนต้องใช้อุปกรณ์เสริม เช่น เฝือกอ่อนที่ข้อเท้า นักกายภาพจะบอกเองว่าจำเป็นไหม
ทำที่บ้านดียังไง
เด็กเล็กมักผ่อนคลายและเล่นได้เต็มที่ในบ้านตัวเองมากกว่าห้องตรวจในโรงพยาบาล นักกายภาพได้เห็นพื้นที่จริงที่ลูกใช้ทุกวัน ของเล่นที่มี และวิธีที่พ่อแม่อุ้มและเล่นกับลูก แล้วปรับให้กลายเป็นการฝึกได้ตลอดวัน คนที่ต้องเรียนวิธีฝึกคือคนที่อยู่กับลูกทุกวัน ถ้าลูกอยู่กับปู่ย่าตายายหรือพี่เลี้ยง ให้คนนั้นอยู่ด้วยตอนนักกายภาพมา
พ่อแม่ทำอะไรได้ทุกวัน

- ให้นอนคว่ำเล่นตอนตื่น ตั้งแต่แรกเกิด ทีละไม่กี่นาที หลายครั้งต่อวัน มีคนเฝ้าอยู่เสมอ ช่วยให้คอ หลัง และแขนแข็งแรง ส่วนตอนนอนหลับให้นอนหงาย
- ให้เล่นบนพื้น ปูเสื่อให้เล่นบนพื้นให้มาก ลดเวลานั่งในคาร์ซีท เปล หรือเก้าอี้โยกที่ไม่ได้ขยับตัว
- ไม่ใช้รถหัดเดิน ไม่ได้ช่วยให้เดินเร็วขึ้น และเสี่ยงอุบัติเหตุ
- งดหน้าจอในเด็กเล็ก เด็กต่ำกว่า 2 ขวบไม่ควรดูจอ เวลาที่เล่นกับคนและของจริงสำคัญกว่ามาก
- ทำท่าที่นักกายภาพให้ในกิจวัตรปกติ เช่น ตอนอาบน้ำ เปลี่ยนผ้าอ้อม หรือเล่นด้วยกัน ไม่ต้องแยกเวลาฝึกเป็นชั่วโมง
ถามอะไรก่อนเลือกนักกายภาพ
ถามว่าเคยดูแลเด็กที่อาการคล้ายลูกเรามากี่ราย ปกติตั้งเป้ายังไง และจะสอนอะไรให้พ่อแม่ทำต่อ นักกายภาพที่ดูแลเด็กเป็นหลักจะมีวิธีฝึกที่ต่างจากผู้ใหญ่พอสมควร เรื่องอื่นที่ควรถามอ่านได้ใน เลือกนักกายภาพมาที่บ้าน ดูอะไร ถามอะไรก่อนนัด
คำถามที่พบบ่อย
ลูกขวบหนึ่งแล้วยังไม่เดิน ผิดปกติไหม
ยังไม่ผิดปกติ เด็กส่วนใหญ่เดินเองได้ในช่วงประมาณ 12 ถึง 15 เดือน บางคนเดินช้ากว่านั้นได้ แต่ถ้าอายุ 18 เดือนแล้วยังเดินเองไม่ได้ หรือยังไม่ยืนเกาะเลยตอนขวบหนึ่ง ควรพาไปให้หมอเด็กตรวจ
รถหัดเดินช่วยให้ลูกเดินเร็วขึ้นไหม
ไม่ช่วย และเสี่ยงอุบัติเหตุ เช่น ไถลตกบันไดหรือพลิกคว่ำ เด็กที่นั่งรถหัดเดินนาน ๆ อาจเดินเขย่งปลายเท้า ให้ลูกฝึกยืนเกาะและเดินเกาะเฟอร์นิเจอร์ที่มั่นคงบนพื้นจริงดีกว่า
ต้องฝึกกับนักกายภาพบ่อยแค่ไหน
ขึ้นกับสาเหตุและอาการ ส่วนใหญ่นักกายภาพมาสัปดาห์ละหนึ่งถึงสองครั้ง สิ่งที่ทำให้ได้ผลจริงคือพ่อแม่ฝึกต่อในชีวิตประจำวันทุกวัน ผ่านการอุ้ม การจัดท่า และการเล่น
- เขียนและตรวจโดย
- กภ. นิรมล แทนละคร นักกายภาพบำบัด ใบอนุญาตเลขที่ 12221
- วิธีเขียน
- ร่างแรกใช้ AI ช่วยเขียน แล้วนักกายภาพอ่านตรวจและแก้ก่อนลง
- ลงเว็บเมื่อ
- 26 ตุลาคม 2569
บทความนี้มีไว้ให้ความรู้ ใช้แทนการตรวจของแพทย์หรือนักกายภาพที่ดูแลผู้ป่วยอยู่ไม่ได้ ถ้าอาการแย่ลงหรือไม่แน่ใจ ควรไปพบแพทย์