อัมพฤกษ์ อัมพาต (โรคหลอดเลือดสมอง)ผู้ป่วยติดเตียงการทรงตัวและป้องกันการล้มในผู้สูงอายุ

กายภาพผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาตที่บ้าน เริ่มเมื่อไร ทำอะไรบ้าง

หลังเส้นเลือดในสมองตีบหรือแตก ไม่กี่เดือนแรกคือช่วงที่ฟื้นได้มากที่สุด นักกายภาพมาทำอะไรที่บ้าน ญาติช่วยตรงไหนได้ และอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

ญาติหลายบ้านอยากรอให้ผู้ป่วย “แข็งแรงขึ้นอีกหน่อย” แล้วค่อยเริ่มทำกายภาพ ซึ่งเสียโอกาสไปเปล่า ๆ ผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาตจากเส้นเลือดในสมองตีบหรือแตกควรเริ่มทันทีที่หมอบอกว่าอาการคงที่ เพราะ 3 ถึง 6 เดือนแรกเป็นช่วงที่ร่างกายฟื้นได้มากที่สุด

ทำที่บ้านดีตรงที่ได้ฝึกกับของจริงตั้งแต่วันแรก ลุกจากเตียงที่นอนทุกคืน เดินบนพื้นบ้านตัวเอง เข้าห้องน้ำที่ต้องใช้ทุกวัน ญาติก็ได้เห็นวิธีช่วยกับตาไปพร้อมกัน

ทำไมต้องรีบเริ่ม

หลังสมองบางส่วนเสียหาย สมองส่วนที่ยังดีอยู่เรียนรู้ทำหน้าที่แทนได้บางส่วน แต่ต้องได้ฝึกซ้ำ ๆ อย่างถูกวิธี และได้ผลดีที่สุดในช่วงแรก

อีกเรื่องที่มักถูกมองข้ามคือปัญหาที่ตามมาจากการนอนเฉย ๆ ไม่กี่สัปดาห์ข้อไหล่ก็เริ่มติด แขนขาข้างที่อ่อนแรงเกร็งมากขึ้น ก้นกบเริ่มแดง บางคนปอดติดเชื้อ ปัญหาพวกนี้ไม่ได้มาจากเส้นเลือดในสมองโดยตรง แต่ฉุดให้ฟื้นช้าลงไปอีก

นักกายภาพมาทำอะไรที่บ้าน

ครั้งแรกจะนานกว่าครั้งอื่น นักกายภาพจะดูใบสรุปจากโรงพยาบาล ถามว่าตอนนี้ผู้ป่วยทำอะไรเองได้บ้าง แล้วลองให้ขยับเท่าที่ไหว ดูว่าข้างที่อ่อนแรงมีแรงแค่ไหน เกร็งไหม นั่งทรงตัวได้หรือยัง จากนั้นค่อยคุยกับครอบครัวว่าจะตั้งเป้าอะไรก่อน เช่น ลุกนั่งเองได้ หรือเดินไปห้องน้ำได้โดยมีคนประคองนิดเดียว

ช่วงแรกงานที่ทำบ่อยมีประมาณนี้

ผู้สูงอายุฝึกบีบลูกบอลนิ่มด้วยมือ

นอกจากนั้นจะสอนญาติให้ช่วยได้ถูกท่า และเดินดูในบ้านว่าควรติดราวจับหรือย้ายของตรงไหน

ต้องทำบ่อยแค่ไหน

ช่วงแรกหลังกลับจากโรงพยาบาล ส่วนใหญ่นัดนักกายภาพสัปดาห์ละ 2 ถึง 3 ครั้ง แต่ที่ทำให้ผลต่างกันจริง ๆ คือวันที่นักกายภาพไม่ได้มา ถ้าวันเหล่านั้นผู้ป่วยได้ฝึกตามท่าที่ได้ไว้ทุกวัน วันละนิดก็ยังดี จะได้ผลกว่าฝึกหนัก ๆ แค่วันที่นักกายภาพมา

ขอให้นักกายภาพเขียนท่าไว้ให้ หรือถ่ายวิดีโอตอนสอนเก็บไว้ในมือถือ ผ่านไปสองสามวันหลายบ้านจำได้แค่ครึ่งเดียว

ญาติช่วยอะไรได้

อย่ารีบทำแทนทุกอย่าง ให้ผู้ป่วยใช้แขนขาข้างที่อ่อนแรงในชีวิตประจำวันให้มากที่สุด ถึงจะช้าและเลอะบ้างก็ให้ลองเองก่อน แล้วค่อยช่วยตอนที่ทำไม่ไหวจริง ๆ

เวลาพยุงหรือช่วยลุก อย่าดึงหรือยกตัวผู้ป่วยจากแขนข้างที่อ่อนแรง ข้อไหล่ข้างนั้นหลวมและเจ็บง่าย ให้ประคองที่ลำตัวหรือสะบักแทน เวลานั่งหรือนอนก็หาหมอนรองแขนข้างนั้นไว้ อย่าปล่อยห้อยลงข้างตัว

จดสั้น ๆ ไว้ว่าแต่ละวันทำอะไรได้ดีขึ้น หรือมีอะไรแปลกไป เช่น ปวดไหล่ มือบวม ง่วงซึมกว่าปกติ จะได้เล่าให้นักกายภาพฟังได้ตรง

เรื่องบ้าน ทางเดินจากเตียงไปห้องน้ำควรโล่ง พื้นห้องน้ำไม่ลื่น และเปิดไฟดวงเล็กทิ้งไว้ตอนกลางคืน ผู้ป่วยหลายคนล้มตอนลุกไปเข้าห้องน้ำกลางดึก

อาการแบบนี้ต้องรีบไปโรงพยาบาล

ถ้ามีอาการต่อไปนี้เกิดขึ้นใหม่หรือแย่ลงทันที อาจเป็นเส้นเลือดในสมองตีบหรือแตกซ้ำ โทร 1669 เลย ไม่ต้องรอดูอาการ

เลือกนักกายภาพยังไง

หาคนที่มีใบอนุญาตและเคยดูแลผู้ป่วยหลังเส้นเลือดในสมองมาพอสมควร ลองถามตรง ๆ ว่าเคยดูแลมากี่ราย วางแผนยังไง และจะสอนอะไรให้ญาติฝึกต่อ เรื่องที่ควรถามอื่น ๆ อ่านได้ใน เลือกนักกายภาพมาที่บ้าน ดูอะไร ถามอะไรก่อนนัด

ถ้าผู้ป่วยใช้สิทธิบัตรทอง ถามโรงพยาบาลที่รักษาอยู่ด้วยว่าส่งต่อไปคลินิกกายภาพบำบัดที่ร่วมกับ สปสช. ได้ไหม ผู้ป่วยช่วงฟื้นฟูหลังเส้นเลือดในสมองเป็นกลุ่มที่ทำกายภาพได้ตามสิทธิ์ และบางคลินิกมาทำให้ที่บ้านถ้าเดินทางไม่สะดวก ถามรายละเอียดได้ที่สายด่วน สปสช. 1330

คำถามที่พบบ่อย

ผู้ป่วยอัมพฤกษ์ควรเริ่มทำกายภาพเมื่อไร

เริ่มได้ทันทีที่หมอบอกว่าอาการคงที่ ส่วนใหญ่เริ่มตั้งแต่ยังนอนโรงพยาบาล แล้วทำต่อที่บ้านตั้งแต่สัปดาห์แรกที่กลับมา ไม่ต้องรอให้ "แข็งแรงก่อน" เพราะไม่กี่เดือนแรกเป็นช่วงที่ฟื้นได้มากที่สุด

ต้องทำกายภาพสัปดาห์ละกี่ครั้ง

ช่วงแรกหลังกลับบ้าน ส่วนใหญ่นัดนักกายภาพสัปดาห์ละ 2 ถึง 3 ครั้ง วันที่เหลือให้ผู้ป่วยฝึกเองตามท่าที่ได้ไว้โดยมีญาติช่วย พอทำเองได้มากขึ้นค่อยลดจำนวนครั้งลง นักกายภาพจะดูอาการแล้วบอกอีกที

ผ่านมาหลายเดือนแล้ว ทำกายภาพยังช่วยไหม

ยังช่วย ถึงจะฟื้นเร็วที่สุดในช่วงแรก แต่หลายคนยังเดิน ทรงตัว และทำอะไรเองได้ดีขึ้นต่อไปอีกนานถ้ายังฝึกสม่ำเสมอ อย่างน้อยก็ช่วยไม่ให้ข้อติดหรือกล้ามเนื้อเกร็งมากขึ้น

เขียนและตรวจโดย
กภ. นิรมล แทนละคร นักกายภาพบำบัด ใบอนุญาตเลขที่ 12221
วิธีเขียน
ร่างแรกใช้ AI ช่วยเขียน แล้วนักกายภาพอ่านตรวจและแก้ก่อนลง
ลงเว็บเมื่อ
25 ตุลาคม 2569

บทความนี้มีไว้ให้ความรู้ ใช้แทนการตรวจของแพทย์หรือนักกายภาพที่ดูแลผู้ป่วยอยู่ไม่ได้ ถ้าอาการแย่ลงหรือไม่แน่ใจ ควรไปพบแพทย์