ผู้ป่วยติดเตียงอัมพฤกษ์ อัมพาต (โรคหลอดเลือดสมอง)ระบบหายใจ ปอด เสมหะ

ผู้ป่วยติดเตียง ทำกายภาพที่บ้านช่วยอะไรได้บ้าง

นอนติดเตียงนาน ๆ เสี่ยงแผลกดทับ ข้อติด กล้ามเนื้อลีบ และปอดติดเชื้อ กายภาพที่บ้านช่วยกันเรื่องพวกนี้ยังไง ญาติทำอะไรเองได้ทุกวัน และอาการไหนต้องพาไปหาหมอ

คนที่ดูแลผู้ป่วยติดเตียงมักคิดว่ากายภาพมีไว้สำหรับคนที่จะกลับมาเดินได้เท่านั้น จริง ๆ แล้วกายภาพช่วยผู้ป่วยติดเตียงได้สองทาง ทางแรกคือกันปัญหาที่ตามมาจากการนอนนาน ๆ อย่างแผลกดทับ ข้อติด กล้ามเนื้อลีบ และปอดติดเชื้อ อีกทางคือดึงความสามารถที่ยังเหลืออยู่กลับมา ให้ผู้ป่วยพลิกตัว ลุกนั่ง หรือย้ายตัวได้เองมากขึ้น ซึ่งแปลว่าคนดูแลเหนื่อยน้อยลงด้วย

ผู้ป่วยกลุ่มนี้คุ้มที่สุดที่จะให้นักกายภาพมาที่บ้าน เพราะพาไปโรงพยาบาลแต่ละทีต้องใช้คนช่วยยกหลายคน

ปัญหาที่เจอบ่อยเมื่อนอนนาน

ปัญหาเกิดจากกายภาพช่วยยังไง
แผลกดทับผิวโดนกดนานตรงปุ่มกระดูก เช่น ก้นกบ สะโพก ส้นเท้าสอนพลิกตัว จัดท่า และเลือกที่นอนกับหมอนรอง
ข้อติดข้อไม่ได้ขยับนานขยับข้อทุกวัน จัดท่าให้ข้ออยู่ในท่าที่ถูก
กล้ามเนื้อลีบไม่ได้ใช้กล้ามเนื้อออกกำลังกายเท่าที่ไหว ฝึกลุกนั่ง
ปอดติดเชื้อ เสมหะค้างนอนราบนาน หายใจตื้นฝึกหายใจ จัดท่า ช่วยเอาเสมหะออก
ลิ่มเลือดที่ขาเลือดไหลเวียนช้าขยับข้อเท้า ออกกำลังกายขา

พลิกตัวและจัดท่า

หลักที่สอนกันทั่วไปคือเปลี่ยนท่าอย่างน้อยทุก 2 ชั่วโมง สลับนอนหงาย ตะแคงซ้าย ตะแคงขวา ถ้าใช้ที่นอนลมหรือผู้ป่วยขยับเองได้บ้าง อาจเว้นห่างกว่านั้นได้ แต่ให้นักกายภาพหรือพยาบาลดูผิวแล้วบอกเป็นราย ๆ ไป อย่าเดาเอง

ผู้ดูแลสองคนช่วยกันจัดท่าให้ผู้สูงอายุที่นอนอยู่บนเตียง

ท่าตะแคงไม่ต้องตะแคงจนตั้งฉาก เอียงประมาณ 30 องศาแล้วใช้หมอนหนุนหลังไว้ก็พอ น้ำหนักจะได้ไม่ลงที่กระดูกสะโพกตรง ๆ ใช้หมอนรองระหว่างเข่า และรองใต้น่องให้ส้นเท้าลอยจากที่นอน

เวลาเลื่อนตัวผู้ป่วยขึ้นหัวเตียง ใช้ผ้าขวางเตียงช่วยยก อย่าลากตัวไปกับที่นอน ผิวที่ถูกถูไปมาจะถลอกและเป็นแผลง่าย

ดูผิวตรงปุ่มกระดูกทุกวัน โดยเฉพาะก้นกบ สะโพก ส้นเท้า และข้อศอก ถ้าเจอรอยแดงที่กดแล้วไม่จาง อย่าให้นอนทับจุดนั้น แล้วบอกนักกายภาพหรือพยาบาล

ขยับข้อทุกวัน

ข้อที่ไม่ได้ขยับจะติดเร็วกว่าที่คิด นอนนิ่ง ๆ ไม่กี่สัปดาห์ก็เริ่มเหยียดข้อศอกหรือเข่าได้ไม่สุดแล้ว นักกายภาพจะสอนญาติให้ขยับข้อไหล่ ศอก ข้อมือ นิ้ว สะโพก เข่า และข้อเท้า วันละหนึ่งถึงสองรอบ ทำช้า ๆ อย่ากระชาก ถ้าผู้ป่วยเจ็บหรือทำหน้าไม่สบายให้หยุด

ข้อไหล่ต้องระวังเป็นพิเศษ ยกแขนสูงหรือเร็วเกินไปทำให้ไหล่เจ็บได้ ให้นักกายภาพสอนท่าที่เหมาะกับผู้ป่วยคนนั้นก่อน

ดูแลเรื่องหายใจ

ช่วงกลางวันให้ผู้ป่วยได้นั่งหรือนอนหัวสูงบ้าง ไม่ต้องนอนราบทั้งวัน ตอนกินข้าวไขหัวเตียงขึ้นสูง และคงท่านั้นไว้อย่างน้อยครึ่งชั่วโมงหลังกิน กันสำลัก ถ้าผู้ป่วยทำตามได้ ชวนหายใจเข้าลึก ๆ แล้วไอออกมาบ่อย ๆ

ส่วนการเคาะปอดหรือจัดท่าระบายเสมหะ ให้นักกายภาพดูก่อนว่าเหมาะไหม แล้วค่อยสอนญาติ บางคนไม่ควรเคาะ เช่น กระดูกพรุนมาก มีโรคหัวใจที่ยังคุมไม่ได้ หรือเพิ่งกินข้าวมา ส่วนการดูดเสมหะด้วยเครื่อง ญาติควรทำหลังจากได้ฝึกกับพยาบาลหรือนักกายภาพแล้วเท่านั้น

ฝึกลุกนั่งและย้ายตัว

ถ้าผู้ป่วยพอมีแรง นักกายภาพจะไล่จากง่ายไปยาก เริ่มจากพลิกตัวเอง ลุกนั่งขอบเตียง นั่งทรงตัว แล้วค่อยยืนหรือย้ายไปนั่งเก้าอี้ ได้นั่งวันละหลายชั่วโมงก็ดีกว่านอนทั้งวันมาก ทั้งเรื่องปอด แผลกดทับ และความตื่นตัว

บางคนเป้าหมายอาจไม่ใช่การเดิน แต่คือนั่งกินข้าวกับครอบครัวได้ หรือย้ายจากเตียงไปรถเข็นโดยใช้คนช่วยคนเดียว ได้เท่านี้ก็ดูแลง่ายขึ้นเยอะแล้ว

ของที่ช่วยได้

ที่นอนลมช่วยลดแรงกดสำหรับคนที่ขยับเองไม่ได้ เตียงปรับระดับช่วยทั้งเรื่องจัดท่าและทำให้คนดูแลไม่ต้องก้มมาก ราวข้างเตียงช่วยให้ผู้ป่วยจับพลิกตัวหรือดึงตัวลุกนั่งเอง ส่วนผ้าขวางเตียงช่วยเลื่อนตัวผู้ป่วยโดยไม่ต้องลากผิว

ก่อนซื้อของชิ้นใหญ่อย่างเตียงหรือรถเข็น ถามนักกายภาพก่อนว่าแบบไหนเหมาะกับผู้ป่วยและบ้านของเรา บางพื้นที่มีให้ยืมผ่านโรงพยาบาลหรือ รพ.สต.

คนดูแลเองก็สำคัญ ถ้าเริ่มปวดหลังจากการยกผู้ป่วย บอกนักกายภาพได้เลย ยกผิดท่าทุกวันสะสมจนบาดเจ็บได้ ท่ายกที่ถูกกับอุปกรณ์ที่เหมาะช่วยได้เยอะ

อาการที่ต้องพาไปหาหมอ

คำถามที่พบบ่อย

ผู้ป่วยติดเตียงต้องพลิกตัวบ่อยแค่ไหน

หลักทั่วไปคือเปลี่ยนท่าอย่างน้อยทุก 2 ชั่วโมง ถ้าใช้ที่นอนลมหรือผู้ป่วยขยับเองได้บ้าง อาจเว้นห่างกว่านั้นได้ตามที่นักกายภาพหรือพยาบาลดูผิวแล้วบอก และควรดูผิวตรงปุ่มกระดูกทุกวัน

ผู้ป่วยติดเตียงจะกลับมาเดินได้ไหม

ขึ้นกับว่าติดเตียงเพราะอะไรและนอนมานานแค่ไหน บางคนกลับมานั่ง ยืน หรือเดินได้ถ้าฝึกต่อเนื่อง บางคนเป้าหมายคือช่วยตัวเองบนเตียงได้มากขึ้นและไม่มีโรคแทรก นักกายภาพจะดูอาการแล้วตั้งเป้าร่วมกับครอบครัว

ญาติขยับข้อให้ผู้ป่วยเองได้ไหม

ได้ และควรทำทุกวัน แต่ให้นักกายภาพสอนท่าและแรงที่ปลอดภัยก่อน โดยเฉพาะข้อไหล่ และข้อที่เคยผ่าตัดหรือบาดเจ็บ

เขียนและตรวจโดย
กภ. นิรมล แทนละคร นักกายภาพบำบัด ใบอนุญาตเลขที่ 12221
วิธีเขียน
ร่างแรกใช้ AI ช่วยเขียน แล้วนักกายภาพอ่านตรวจและแก้ก่อนลง
ลงเว็บเมื่อ
25 ตุลาคม 2569

บทความนี้มีไว้ให้ความรู้ ใช้แทนการตรวจของแพทย์หรือนักกายภาพที่ดูแลผู้ป่วยอยู่ไม่ได้ ถ้าอาการแย่ลงหรือไม่แน่ใจ ควรไปพบแพทย์